Search
  • Printboxes

การทำ Packaging แบบฉบับเข้าใจง่าย

การทำ Packaging แบบฉบับเข้าใจง่าย

เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่บางครั้งคนเราก็เลือกซื้อของเพียงเพราะ Packaging ที่ดูดีก็มีอยู่มาก เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่า หีบห่อบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่เราเห็น และอาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราได้สัมผัสจนกระทั่งที่จะตัดสินใจซื้อจริงๆ แล้วก็ได้ Packaging หรือการทำบรรจุภัณฑ์ ตามหลักแล้ว Packaging มีไว้เพื่อปกป้องสินค้าที่อยู่ภายใน บอกว่าสินค้าภายในคืออะไร และส่งเสริมการซื้อขายเราตามมาดูกันดีกว่าว่า การทำ Packaging แบบฉบับเข้าใจง่ายนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

เตรียมข้อมูลที่จำเป็น

สำหรับการทำ Packaging แล้วนอกเหนือจากหลักการทางด้านศิลปะการออกแบบ ก็ยังมีข้อมูลและความต้องการมากมายที่เราต้องรวบรวมมา อาทิ สินค้าของคุณคืออะไร ใครเป็นคนซื้อ ผู้คนจะซื้อสินค้านี้อย่างไร ตัวตนของแบรนด์เป็นแบบไหน มีโลโก้ สี ฟอนต์ ที่ใช้ประจำหรือเปล่า วางขายทางไหน ขายตามร้านค้าหรือขายออนไลน์ ข้อมูลที่จำเป็นต้อง มีบนฉลากหรือตัวบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกปัจจัยเหล่านั้นสำคัญต่อ Packaging ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ทำให้แน่ใจก่อนว่าเรามีข้อมูลที่จำเป็นครบแล้วจริงๆ จะได้ออกแบบและเลือกใช้ Packaging ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ในเชิงความสวยงาม การใช้งาน และการตลาดได้อย่างแท้จริง

หาตัวอย่างที่โดนใจ

สำหรับผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจบางท่านไม่ได้เป็นคนที่ออกแบบตัวบรรจุภัณฑ์เอง ก็มักจะเป็นคนเลือกโจทย์แล้วส่งต่อให้ใครบางคนทำต่อ ลองพยายามหาภาพอ้างอิง หาภาพตัวอย่างที่ถูกใจ เอาไว้ใช้เป็นตัวอย่างงานก่อนก็ได้ พยายามค้นดูให้เยอะ เพราะปัจจุบันก็มีข้อมูลเหล่านี้อย่างหลากหลาย ยิ่งมากเท่าไหร่ ยิ่งดี (แต่ก็ต้องตอบโจทย์แบรนด์ด้วยนะ!) การหาตัวอย่างที่ถูกใจ จะได้ตอบความต้องการของเรา สื่อสารกับฝั่งคนออกแบบได้ตรงประเด็น ตรงความต้องการอีกด้วย ที่สำคัญอย่าลืมหาข้อมูลตัวอย่างของคู่แข่งเอาไว้ด้วย ศึกษาไว้ให้ดี จุดเด่นเขาคืออะไร มีอะไรที่พัฒนาได้ และจะทำให้แตกต่างได้อย่างไร

รู้จักวัสดุที่หลากหลาย

ตามหลักพื้นฐานแล้ว Package มักจะมีอยู่ 3 ส่วน คือ ด้านนอก ด้านใน และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งแต่ละส่วนก็ทำหน้าที่แตกต่างกัน ใช้วัสดุที่แตกต่างกันไป ตัวเจ้าของธุรกิจเอง ถึงแม้ไม่ใช่ผู้ออกแบบก็ควรรู้ว่า สินค้าควรใช้วัสดุแบบไหนในการทำ Packaging เพราะมันจะส่งผลถึงภาพลักษณ์ ความเป็นตัวตนประสิทธิภาพ และแน่นอน มันจะรวมถึงต้นทุนการผลิตอีกด้วยเพราะตัววัสดุเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายอย่างต่อเนื่อง ยิ่งผลิตก็ยิ่งจ่าย สินค้าเยอะ บรรจุภัณฑ์ก็เยอไปตามกัน แตกต่างจากค่าออกแบบหรือค่าคิด เพราะมักจะเป็นการจ่ายเพียงครั้งเดียวจบนั่นเองบางทีกลุ่มเป้าหมายหรือสินค้าของเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่หรูหรามากขนาดนั้น จะทำให้ต้นทุนเราสูงเกินจำเป็นอีกด้วย วัสดุหลักๆ จะแบ่งเป็นแบบคงรูป : แก้ว กระป๋อง พลาสติกแข็ง คงทนแข็งแรง ขนย้ายง่าย แบบกึ่งคงรูป : ขวดพลาสติกแบบอ่อน โฟม ถูกกว่าด้านบนแต่แข็งแรงน้อยกว่า แบบยืดหยุ่น? : ซอง ถุง กระดาษ ข้อดีคือ ราคาถูกมาก ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ไม่แข็งแรง ไม่เหมาะแก่การลำเลียงบางประเภทเลยไม่ว่าจะออกแบบเอง หรือให้ใครออกแบบเราก็จะได้ไม่พลาด ได้ของดีอย่างแน่นอน

สวยงาม แต่ต้องง่าย!

EASY TO HOLD / IDENTIFY / OPEN / UNDERSTAND / USE / STORE

นอกจากความสวยงามแล้ว เราก็ต้องคำนึงถึง User Experience เอาไว้ด้วย เพราะถ้ามันสวยงามจริงแต่ใช้งานยากมาก ลูกค้าก็คงซื้อแค่ครั้งเดียว แต่หากมันใช้งานง่าย ใช้งานสะดวก ลูกค้าก็มีสิทธิ์กลับมาซื้อบ่อยๆ ใช่ไหมล่ะ หลักการง่ายๆ ก็คือ ถือง่าย ระบุได้ง่ายว่าคืออะไร เปิดง่าย เข้าใจการใช้งานง่าย ใช้ง่ายเก็บง่าย ฯลฯ อย่าลืมนะครับ Packaging ที่ดีมักต้องตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งาน



ลองคิดแบบเหนือชั้นกว่า อย่าง Smart Packaging

หากเราย้อนดูหน้าที่หลักๆ ของการทำ Packaging แล้วก็คงไม่พ้นการเก็บรักษา การปกป้องสินค้า การสื่อสาร การตลาด และการขายใช่ไหมล่ะ แต่ทราบกันหรือไม่ แนวคิด Smart Packaging ก็เป็นแนวคิดที่กำลัง มาแรงเลยทีเดียว Smart Packaging เป็นเหมือนการทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นมีประสิทธิภาพหรือมีคุณค่า มากยิ่งขึ้นจากตัวบรรจุภัณฑ์ (ไม่ใช่แค่ดูดี แต่สินค้าก็ดีขึ้นด้วย) ซึ่งแนวคิดนี้ก็จะพ่วงมาด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สำคัญแนวคิดนี้มักมากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย!

อาทิ บรรจุภัณฑ์ที่ทำให้ ปลายังสดนานกว่าเก่า นมหมดอายุช้ากว่าเก่า โดยการเพิ่มชั้นพิเศษไปใน บรรจุภัณฑ์ การทำ Packaging ก็เหมือนการสร้างมูลค่าให้กับสินค้าได้อย่างแท้จริงและอาจจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้สินค้าคุณขายได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าสินค้าคุณจะดีขนาดไหน อย่าลืมใส่ใจการทำ Packaging เช่นกัน!


ที่มา https://sme.ktb.co.th/

#ผลิตกล่อง #ผลิตpackaging #รับปริ้นสติ๊กเกอร์






0 views0 comments